การเตรียมตัวสอบ

posted on 04 Apr 2010 19:43 by papinzaa

การคัดเลือกผู้พิพากษาในประเทศไทยมีการคัด เลือก  3  วิธี  คือ

1.      การสอบคัดเลือก (สนาม ใหญ่)

2.      การทดสอบความรู้ในวิชากฎหมาย (สนาม เล็ก)

3.      การคัดเลือกพิเศษ

การสอบ คัดเลือก  (สนามใหญ่) จะมี การเปิดสอบ โดยสำนักคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมจะเป็นผู้ดำเนินการ  ตั้งแต่ แจกใบสมัคร  ส่งไปตรวจร่างกายและจิตใจ  ตรวจสอบ คุณสมบัติ  ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ  ดำเนิน การสอบ  ประกาศผลสอบ  และบรรจุเข้ารับราชการ

คุณสมบัติ ของผู้สมัครสอบคัดเลือก ต้องมีคุณสมบัติ  และ ไม่มีลักษณะต้องห้ามดังนี้

1.   มีสัญชาติไทยโดยการ เกิด

2.   ผู้สมัครสอบคัดเลือกหรือผู้สมัคร ทดสอบความรู้ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปี

บริบูรณ์ ผู้ สมัครเข้ารับการคัดเลือกพิเศษ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้า ปีบริบูรณ์

3.   เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ

4.   เป็นสามัญสมาชิก แห่งเนติบัณฑิตยสภา

5.   ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี

6.   ไม่เป็นผู้มีหนี้สิน ล้นพ้นตัว

7.   ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกสั่งให้ พักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตาม

พระราชบัญญัติหรือตามกฎหมาย อื่น

8.   ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก ปลด ออก หรือให้ออกจากราชการ รัฐวิสาหกิจหรือ

หน่วยงานอื่นของรัฐ

9.   ไม่เป็นผู้เคยต้อง รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษ สำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

10.   ไม่เป็นคนไร้ความ สามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ หรือมีกายหรือจิตใจไม่เหมาะสมที่จะเป็นข้าราชการตุลาการ หรือเป็นโรคที่ระบุไว้ในระเบียบ ก.ต. และ

11. เป็นผู้ที่ผ่านการ ตรวจร่างกายและจิตใจโดยคณะกรรมการแพทย์จำนวนไม่น้อยกว่าสามคน ซึ่ง ก.ต.  กำหนด  และ  ก.ต.  ได้ พิจารณารายงานของคณะกรรมการแพทย์แล้วเห็นสมควรรับสมัครได้

 

หลัก ฐานในการสมัครสอบ

ภาพถ่ายปริญญานิติศาสตร์บัณฑิต  (แสดง ต้นฉบับด้วย)

ภาพถ่ายประกาศนียบัตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายฯ  (แสดง ต้นฉบับด้วย)

สำเนาทะเบียนบ้าน  หรือ บัตรประจำตัวประชาชน  (ถ่ายเอกสารทั้งสองหน้าในแผ่นเดียวกัน)  (แสดงต้นฉบับด้วย)

หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพ ทางกฎหมาย  (กรณีเป็นทนายความ ให้นำหนังสือรับรองการเป็นทนายความจากสภาทนายความมายื่นด้วย)

ใบรับรองสามัญสมาชิกแห่งเนติ บัณฑิตยสภา  (ออกให้ไม่เกิน 6  เดือน)

รูปถ่ายขนาด  1 นิ้ว ถ่าย ไว้ไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 4 รูป (เขียน ชื่อ - สกุลด้านหลัง)

เงินค่าธรรมเนียมการสอบ  100 บาท

เงินค่าตรวจร่างกาย  600 บาท (จ่าย วันไปตรวจร่างกาย)

กรณีเคยสมัครแล้วและมีสิทธิสอบใช้หลักฐานเฉพาะ ใบสมัครและข้อ  5,6,7  และ  8

 

การสอบ คัดเลือก  มีการสอบข้อเขียน  3  วัน

วันที่ หนึ่ง  สอบวิชากฎหมายแพ่งและพาณิชย์  กฎหมาย อาญา  จำนวน 10 ข้อ เวลา 4 ชม. คะแนนเต็ม 100 คะแนน

วันที่ สอง  สอบวิชากฎหมายลักษณะพยาน  จำนวน  3  ข้อ  วิชากฎหมายพระธรรมนูญศาลยุติธรรมกับกฎหมายว่า ด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญา  ในศาลแขวง  จำนวน 1 ข้อ  และให้เลือกสอบในลักษณะ วิชากฎหมายล้มละลาย  กฎหมายภาษีอากร  กฎหมายแรง งาน  กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัว  และ วิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว  กฎหมายปกครอง  กฎหมาย ทรัพย์สินทางปัญญา  หรือกฎหมายการค้าระหว่างประเทศวิชาใดวิชา หนึ่ง  จำนวน 2 ข้อ  รวมจำนวนข้อ สอบทั้งหมด 6 ข้อ  เวลา  2 ชั่วโมง ครึ่ง  คะแนนเต็ม  60  คะแนน  และ วิชาภาษาอังกฤษ  เวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง  คะแนน เต็ม  10  คะแนน  สำหรับลักษณะวิชาที่ให้เลือก สอบ  ผู้สมัครต้องแสดงความจำนงว่าจะสอบลักษณะวิชาใดในวันสมัคร สอบ

วันที่สาม  สอบ วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง  กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา  จำนวน  10  ข้อ  เวลา  4  ชั่วโมง  คะแนนเต็ม  100  คะแนน

การสอบปากเปล่า  เนื้อหา ครอบคลุมลักษณะวิชาที่สอบข้อเขียน  ตามแต่คณะอนุกรรมการสอบฯ  จะเห็นสมควรกำหนดเวลาประมาณคนละ  15  นาที  คะแนน เต็ม  100  คะแนน

 

เกณฑ์ ที่จะได้บรรจุเป็นข้าราชการตุลาการ

ผู้สมัครต้องได้คะแนนสอข้อเขียน ไม่ต่ำกว่าร้อยละ  50  ของคะแนนสอบข้อเขียนทั้งหมด  จึงมีสิทธิเข้าสอบปากเปล่า  และต้องได้คะแนนสอบข้อ เขียนกับสอบปากเปล่ารวมกันไม่น้อยกว่า  ร้อยละ  60  ของ คะแนนทั้งสองอย่างรวมกัน

 

การ ทดสอบความรู้ในวิชากฎหมาย  (สนามเล็ก)

มีสิทธิยื่นใบสมัครได้ตลอดเวลา  เมื่อ มีคุณสมบัติครบถ้วน  โดยสำนักคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม เป็นผู้ดำเนินการตั้งแต่แจกใบสมัคร  ส่งไปตรวจร่างกาย  ตรวจสอบคุณสมบัติ  ดำเนินการสอบและประการผลสอบ

 

คุณสมบัติ ของผู้สมัครสอบคัดเลือก

สอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนัก อบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา  และ

มีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

สอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจาก ต่างประเทศ  โดยมีหลักสูตรเดียวไม่น้อยกว่าสองปี หรือหลายหลักสูตรรวมกันไม่น้อยกว่าสองปี  ซึ่ง  ก.ต.  เทียบไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี  หรือสอบไล่ได้ปริญญาเอกทาง กฎหมายจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทย  ซึ่ง  ก.ต.  รับรอง

สอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจาก ต่างประเทศ  โดยมี  หลักสูตรเดียวไม่ น้อยกว่าสองปี  หรือหลายหลักสูตรรวมกันไม่น้อยกว่าสองปี  ซึ่ง  ก.ต. เทียบไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี  และ ได้ประกอบวิชาชีพตามที่ระบุไว้ในมาตรา 27 (3)  เป็นเวลาไม่ น้อยกว่าหนึ่งปี

สอบไล่ได้ปริญญาโททางกฎหมายจากมหาวิทยาลัยใน ประเทศไทย  ซึ่ง  ก.ต. รับรองและได้ประกอบวิชาชีพตามที่ระบุไว้ในมาตรา 27 (3)  เป็น เวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปีเป็นนิติศาสตรบัณฑิตชั้นเกียรตินิยมและได้ประกอบ วิชาชีพเป็นอาจารย์ในคณะนิติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยของรัฐเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ห้าปี

เป็นนิติศาสตรบัณฑิตและเป็นข้าราชการศาล ยุติธรรมที่ได้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายในตำแหน่งตามที่  ก.ต. กำหนดเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหกปี  และเลขาธิการสำนักงานศาล ยุติธรรมรับรองว่ามีความซื่อสัตย์สุจริต  มีความรู้ความสามารถ ดีและมีความประพฤติดีเป็นที่ไว้วางใจว่า  จะปฏิบัติหน้าที่ข้า ราชการตุลาการได้

สอบไล่ได้ปริญญาโทหรือปริญญาเอกในสาขาวิชาที่  ก.ต.  กำหนด  และเป็นนิติศาสตรบัณฑิต  และได้ ประกอบวิชาชีพตามที่ระบุไว้ในมาตรา 27 (3) หรือได้ประกอบ วิชาชีพตามที่ ก.ต.  กำหนดเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามปี  หรือ

สอบไล่ได้ปริญญาตรีหรือที่ ก.ต. เทียบไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีในสาขาวิชาที่  ก.ต. กำหนด  และได้ประกอบวิชาชีพตามที่ ก.